ห้ามพลาด ! 10 ที่เที่ยวสระแก้วสุดฮิต เมืองน่าเที่ยวสนุกครบรส

สระแก้ว ดินแดนที่ตั้งอยู่ชายแดนภาคตะวันออกติดกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ถือเป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดในปี 2017 เลยก็ว่าได้  เพราะด้วยพื้นที่ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้อย่างเต็มที่ และมีการอนุรักษ์สถานที่ทางประวัติศาสตร์ไว้อย่างเข้มแข็ง ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีตัวเลือกท่องเที่ยวที่หลากหลาย ลงตัว เข้ากับนักท่องเที่ยวยุคใหม่แบบเราได้เป็นอย่างดี  

วันนี้เราเลยไม่พลาดที่จะมาแนะนำสถานที่สำคัญ ๆ ภายในเมืองสระแก้ว ว่ามีสถานที่หรือจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอะไรบ้าง ชวนตามไปเช็คอินกันบ้าง ว่าแล้วลองตามไปดูลิสต์ท่องเที่ยวที่เราคัดมาฝากกันเลย  

1.ตลาดโรงเกลือ

ที่ตั้ง : 449-450 ถนน กม.5 ฝั่งซ้าย ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว 

เวลาเปิดปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00-20.00 น.

หากพูดถึงแหล่งช้อปปิ้งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงระดับประเทศ “ตลาดโรงเกลือ” คือคำตอบของหลายคนแน่นอน เพราะที่นี่ถือเป็นตลาดค้าส่งแห่งใหญ่ที่อยู่ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งใกล้กับด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ-ปอยเปต ที่นี่นับเป็นตลาดการค้าชายแดนที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมายไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบรนด์เนม สินค้ามือหนึ่ง มือสอง จากทั่วทุกมุกโลกมารวมไว้ให้เลือกในที่นี่ที่เดียว

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาตลาดแห่งนี้สามารถเริ่มต้นการช้อปปิ้งได้ตั้งแต่เวลา 07.00-20.00 น. และเป็นที่รู้กันว่าพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่จะเป็นชาวกัมพูชา การเรียนรู้วิถีชีวิตชาวกัมพูชาผ่าตลาดโรงเกลือจึงสามารถพบเห็นได้ง่าย นอกจากที่นี่จะจำหน่ายอาหารสด-แห้ง เครื่องใช้ไฟฟ้า ถ้วย-ชาม และของเล่นอีกด้วย เรียนได้ว่าหากใครจะจัดทริปมาล้มละลาย ตลาดโรงเกลือ น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีเมื่อมีโอกาสมาเยือนสระแก้วแน่นอน

2.สวนน้ำดรีมเมอร์ วอเตอร์พาร์ค

ที่ตั้ง: เลขที่ 93 ถนน กม.3 ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ค่าบริการ : ผู้ใหญ่ ราคา 450 บาท เด็ก (ความสูงไม่เกิน 122 ซม.) ราคา 300 บาท เด็กความสูงต่ำกว่า 90 ซม. เข้าฟรี !! (Family Set : ผู้ใหญ่ 2 ท่าน เด็ก 2 ท่าน ราคา

1,300 บาท)

เวลาเปิดปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.30-20.00 น.

โทรศัพท์ : 0 3724 7397 Line : @dreamerwaterpark

เว็บไซต์ : http://www.dreamerwaterpark.com

หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเปิดใหม่ที่เอาใจทุกคนในครอบครัว ยันชาวต่างชาติเลยก็ว่าได้กับ “สวนน้ำดรีมเมอร์ วอเตอร์พาร์ค” สวนน้ำแห่งใหม่ล่าสุดใน จ.สระแก้ว เปิดให้เราเข้าไปสัมผัสความเย็นฉ่ำกันทั้งครอบครัวบนพื้นที่กว่า 32,000 ตร.ม. สุดสนุกไปพร้อมกับเครื่องเล่นสุดเจ๋งขนาดมาตรฐานสากล ที่การันตรีความปลอดภัยด้วย  เจ้าหน้าที่ดูแลเครื่องเล่นที่ผ่านการฝึกอบรมมาตรฐาน Life Guard มาแล้ว

นอกจากจะเล่นน้ำบนแลนด์มาร์กสุดเก๋ในสระแก้วแล้ว ภายในยังมีบริการร้านอาหาร เครื่องดื่ม และสถานที่จอดรถที่สะดวกสบายอีกด้วย ว่าแล้วหยิบชุดไหว้น้ำสุดเก๋ไปลงเล่นน้ำเท่ ๆ ที่ “สวนน้ำดรีมเมอร์ วอเตอร์พาร์ค” กันเลยดีกว่า

3. โรงเรียนกาสรณ์กสิวิทย์

ที่ตั้ง : เลขที่ 999 ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สระแก้ว

โทรศัพท์ : 037-244-615, 037-244-657, 088-289-1299

เว็บไซต์ : http://kasorn.com/

https://www.facebook.com/kasorn.999/

ชวนไปท่องเที่ยว “โรงเรียนกาสรกสิวิทย์” หรือ “โครงการธนาคารโคกระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริเขต จ.สระแก้ว” ที่อัดเน้นไปด้วยความรู้ทางการเกษตร ซึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจภายในโครงการ ได้แก่ การอบรมเกษตรและฝึกกระบือ นิทรรศการ งานวิจัย แปลงนา สระมะรุมล้อมรัก และการทำบ้านดิน ซึ่งนอกจากการเข้าเยี่ยมชมโรงเรียนกาสรกสิวิทย์แล้ว ยังสามารถเข้าไปจิบกาแฟหอม ๆ คลายร้อนที่ร้านกาแฟ “ควายคะนอง” ได้อีกด้วย

สำหรับ โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ ก่อตั้งขึ้นโดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานวโรกาสให้ นายสมจิตต์ และนางมณี อิ่มเอย น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดิน ต.ศาลาลำดวน อ.เมือง จ.สระแก้ว จำนวน 110-3-81 ไร่ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ เพื่อให้เป็นถานที่ฝึกกระบือให้สามารถทำการเกษตร และเป็นแหล่งที่ให้ผู้ที่สนใจได้เรียนรู้วัฒนธรรมการเกษตรท้องถิ่น และภูมิปัญญาชาวบ้าน รวมทั้งให้เกษตรกรได้เรียนรู้การใช้ชีวิตแบบพอเพียง

4. สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน

ที่ตั้ง : ต.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

เวลาเปิดปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน คือแหล่งท่องเที่ยวที่จัดตั้งขึ้นมาตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถแห่งนี้ คือแหล่งเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นสถานีวิจัยและให้ความรู้ เกี่ยวกับสัตว์ป่าด้วย

ภายในแบ่งพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดส่วนตามชนิดของสัตว์ป่าต่าง ๆ ซึ่งทางสถานีฯ มีนโยบายที่จะเลี้ยงสัตว์ป่าเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพพื้นที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด สำหรับไฮไลต์ของ ที่นี่ต้องยกให้เป็ดก่า ซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของจังหวัดสระแก้วที่หาชมยาก

นอกจากนี้ยังมีนกหลากชนิด เช่น นกแก๊ก นกเงือกกรามช้าง นกยูง นกเงือกปากย่อน หมีขอ วัวแดง ฯลฯ ด้วยบรรยากาศร่มรื่นใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ขึ้นคลุมที่ทำให้อากาศเย็นสบาย ที่นี่จึงเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจพร้อม ๆ กับเก็บเกี่ยวความรู้เรื่องราวสัตว์ป่าในคราวเดียวกัน

5. อ่างเก็บน้ำพระปรง

ที่ตั้ง : หมู่ 3 บ้านระเบาะหูกวาง และหมู่ 6 บ้านห้วยชัน ต.ช่องกุ่ม อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

เวลาเปิดปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

เขื่อนชลประทานที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสระแก้วโดยเป็นหนึ่งในโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สร้างขึ้นเพื่อกั้นต้นน้ำห้วยพระปรงอันเป็นลำน้ำที่ไหลมาจากอุทยานแห่งชาติปางสีดา ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติรายรอบ เขื่อนพระปรงจึงเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของทุกคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก

สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจและฮิตสุด ๆ เมื่อเดินทางมาเที่ยวที่นี่คือ การนั่งเรือหรือล่องแพชมความงามบนผืนทะเลสาบเหนือเขื่อนที่จะพาคุณเข้าไปทักทายกับนกน้ำนานาชนิด โดยเฉพาะนกอ้ายงั่วหรือนกงูที่พากันออกมาหากินในช่วงเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกรกฎาคม

และเชื่อว่าจะทำให้ทุกคนต้องร้องว้าวกันเลยทีเดียว ส่วนใครที่ไม่อยากล่องแพ สามารถเลือกทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ เช่น เดินป่าศึกษาธรรมชาติ สนุกกับการเย่อกับปลาริมเขื่อน จนถึงการพักแรมค้างคืนที่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า

 6. ปราสาทสด๊กก๊กธม

เวลาเปิดปิด : เปิดใช้รับชมทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.

ที่ตั้ง : ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว

ชื่อแสนแปลกที่หลายคนสงสัย คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดใน จ.สระแก้ว มาถึงที่นี่ไม่ใช่แค่ท่องเที่ยวเท่านั้นแต่เราสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ได้หลายอย่าง ซึ่งที่มาของชื่อ “สด๊กก๊อกธม” หมายถึง “เมืองที่มีต้นกกขึ้นรกในหนองน้ำใหญ่” โดยสถานที่แห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 14 เพื่อใช้ประดิษฐานรูปเคารพและใช้ประกอบพิธีกรรมตามคติความเชื่อในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย

สำหรับตัวปราสาทก่อด้วยหินทรายมีโคปุระ หรือซุ้มประตู เหลืออยู่เพียงด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ภายในระเบียงคตมีบรรณาลัยก่อด้วยหินทราย 2 หลังอยู่หน้าปราสาทหลังกลางซึ่งเป็นปรางค์ประธาน ส่วนด้านนอกปราสาททางทิศตะวันออก มีสระน้ำขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมและมีถนนปูด้วยหินจากตัวปราสาทไปจนถึงสระน้ำ ปราสาทนี้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้วยความเชื่อที่ว่าทิศตะวันออกเป็นทิศแห่งพลังแสงสว่างและสิริมงคล ส่วนทิศตะวันตกเป็นทิศแห่งความตาย

โดยสิ่งสำคัญของการค้นพบ “ปราสาทสด๊กก๊อกธม” แห่งนี้คือการค้นพบศิลาจารึก 2 หลังที่จารึกด้วย อักษรขอมโบราณ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกถึงอายุการสร้างปราสาทสด๊กก๊อกธม  ทั้งยังบอกถึงวัตถุประสงค์ของการสร้างจารึกหลักที่ 2 ด้วยว่าพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 ได้ปฏิสังขรณ์ปราสาทเมื่อปี พ.ศ.1595 และกษัตริย์แห่งอาณาจักรขอมได้เป็นผู้อุปถัมภ์ศาสนา โดยมีพราหมณ์ปุโรหิตเป็นผู้นำศาสนา คอยให้คำปรึกษาแนะนำ และเป็นสื่อกลางระหว่างเทพเจ้าและกษัตริย์รวมทั้งประวัติ สายสกุลพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีเทวราชา การปฏิบัติพระเทวราชและรูปเคารพ การสร้างหมู่บ้าน การบุญต่าง ๆ ในศาสนา เป็นต้น โดยปัจจุบันจารึกทั้ง 2 ถูกเก็บรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร

7. ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง

ที่ตั้ง : ต.คลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว

เวลาเปิดปิด :  เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

เอาใจคนรักกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบผจญภัยกับ “ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง” ถ้ำขนาดกลางที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขา ซึ่งการเดินทางไปชมถ้ำแห่งนี้ต้องเดินทางด้วยเท้าผ่านป่าจันผาที่เป็นเขตอนุรักษ์ของชุมชน

สำหรับบรรยากาศโดยรอบถ้ำจะเติมเต็มไปด้วยความเย็นสบายของสายลม โดยภายในถ้ำแบ่งออกเป็น 4 ห้องโถงใหญ่ดังนี้… ห้องแรกนักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมกับลานกว้างรูปไข่ที่มีหินสีขาวนวลวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ เดินต่อไปอีกนิดจะได้พบกับ อุโมงค์ใหญ่ที่มีอากาศถ่ายเทตลอดเวลา

ถัดจากนั้นคือ ห้องมุขประดับเพชร ซึ่งเป็นที่มาของชื่อถ้ำ ตื่นตาอลังการละลานตาด้วยหินงอกหินย้อยเป็นมุขทรงเจดีย์ หรือทรงรูปไข่สีขาวที่ระยิบระยับด้วยเกล็ดทรายในยามต้องแสงไฟ อีกทั้งตลอดผนังถ้ำและเพดานยังมี จุดคล้ายใบโพธิ์สีทองซึ่งเกิดจากน้ำขังในแอ่งหินด้านบนภูเขา ปิดท้ายด้วยประตูปราสาทถ้ำเพชรโพธิ์ทอง ซึ่งมีหินปากประตูนวลสีขาวเรียบเนียน และมีหินงอกหินย้อยดูคล้ายพระพุทธรูป ซึ่งจุดนี้ถือเป็นไฮไลท์ของถ้ำที่ทุกคน ต้องเข้ามาไปสัมผัสสักครั้งในชีวิตอีกด้วย

8. วัดถ้ำเขาฉกรรจ์

ที่ตั้ง : ต.เขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว

เขาหินปูนขนาดใหญ่อายุมากกว่า 4 พันปี ตั้งตระหง่านอย่างอยู่ท่ามกลางเขาหินปูนขนาดน้อยใหญ่ท่ามกลางความร่มรื่นของธรรมชาติ วัดถ้ำเขาฉกรรจ์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2533 มีพระอุโบสถที่เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กและกุฏิสงฆ์เป็น อาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ อีกทั้งยังมีบันได 300 ขั้นเดินไปสู่ถ้ำเขาทะลุ

ภายในเป็นที่ตั้งของของพระพุทธรูปสำหรับให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปกราบไหว้เพื่อเสริมสิริมงคลให้ชีวิต รอยพระพุทธบาทจำลอง และมีถ้ำน้อยใหญ่ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปสำรวจกว่า 12 ห้อง ชื่อของถ้ำทะลุก็บอกแล้วว่าเป็นถ้ำที่มีลักษณะเป็นช่องสองด้านทะลุเข้าหากัน ซึ่งอีกหนึ่งความสวยงามที่พลาดไม่ได้คือการเดินขึ้นไปชมทัศนียภาพของอำเภอเขาฉกรรจ์

นอกจากที่นี่เป็นวัดในพุทธศาสนานิกายมหายานที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวชั้นดีที่เผยให้เห็นทัศนียภาพที่สวยงามของอำเภอเขาฉกรรจ์ได้อย่างชัดเจนอีกด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

9.วัดนครธรรม

ที่ตั้ง : ตำบลวัฒนานคร อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว

เวลาเปิดปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00-19.00 น.

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้ามานมัสการ “หลวงพ่อขาว” หรือ “หลวงพ่อปูน” พระพุทธรูปโบราณอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ต้องไม่พลาดเดินทางมาที่ วัดนครธรรม วัดสำคัญของ จ.สระแก้ว ซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้ สร้างด้วยปูนขาวซึ่งเป็นดินขาวจากหนองดินจี่ โดดเด่นด้วยลักษณะกำลังนั่งขัดสมาธิ หน้าตักกว้าง 130.9 เซนติเมตร และสูง 199 เซนติเมตร

นอกจากนี้ภายในวิหารหลวงพ่อขาวยังประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองและพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจาก วัดปมะดุลลาราชะมหาวิหาร เมืองรัตนปุระ ประเทศศรีลังกา กล่าวสำหรับประวัติวัดนครธรรมแห่งนี้ เดิมมีชื่อว่า “วัดสระลพ” ต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อวัดนครธรรมเพื่อเป็นเกียรติแก่พระครูวิวัฒน์นครธรรม ซึ่งเป็นพระภิกษุผู้มีคุณูปการต่อวัดนี้

10.อุทยานแห่งชาติปางสีดา

ที่ตั้ง : หมู่ 7 ต.ท่าแยก อ.เมือง จ.สระแก้ว

เวลาเปิดปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00-20.00 น.

โทร. 0 3724 6100, 088 1862 1511

ค่าบริการ : ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท, เด็ก 10 บาท, ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท และเด็ก 100 บาท

หากพูดถึงเทศกาลชมผีเสื้อในแต่ละปี ต้องปรากฏชื่อ “อุทยานแห่งชาติปางสีดา” อยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน เพราะด้วยความสมบูรณ์ของผืนป่าในอุทยานแห่งชาติปางสีดา ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด รวมทั้งนกหลากหลายสายพันธุ์กว่า 300 ชนิด ด้วยลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ที่ปกคลุมด้วยสภาพป่าหลายประเภท ทั้งป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมที่แห่งนี้จึงกลายเป็นความสุขสำหรับคนรักธรรมชาติ

สำหรับไฮไลท์ของการท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดได้แก่ สัมผัสความชุ่มฉ่ำกับน้ำตกสวยที่มีอยู่หลายแห่งอย่าง น้ำตกปางสีดา เป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นสายน้ำทิ้งตัวจากหน้าผาสูง 8 เมตร ลงสู่เบื้องล่างที่เป็นแอ่งกว้างร่มรื่นและเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง ต่อมาคือ น้ำตกผาตะเคียน น้ำตกสวยที่โดดเด่นด้วยหน้าผาสูง 20 เมตร ปิดท้ายด้วย น้ำตกแควมะค่า ที่ต้องเดินเท้าเข้าไป ซึ่งบริเวณใกล้ ๆ กันยังมีน้ำตกรากไทรน้อยที่อยู่ห่างเพียง 500 เมตร ได้สบายอีกด้วย

อีกหนึ่งอย่างที่ไม่ควรพลาดคือ ทุ่งหญ้าบุตาปอด เป็นทุ่งหญ้าที่จะได้พบเห็นสัตว์ป่าจำนวนมากออกมาหากินท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ปิดท้ายด้วย จุดชมวิว ที่ตั้งอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 40 ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ไกลสุดตากลางหุบเขากว้างใหญ่ และจะสวยเป็นพิเศษในยามเช้าตอนพระอาทิตย์ขึ้น และยามเย็นในช่วงพระอาทิตย์ตกดินอย่างสวยงามได้อีกด้วย